หน้าเว็บ

แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ วันอีสเตอร์ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ วันอีสเตอร์ แสดงบทความทั้งหมด

วันพฤหัสบดีที่ 5 เมษายน พ.ศ. 2555

๏ เราควรมีส่วนร่วมในวันอีสเตอร์อย่างไร

อีสเตอร์ เป็นหนึ่งในเทศกาลที่สำคัญมากที่สุดในศาสนาคริสต์ วันอีสเตอร์เป็นวันเฉลิมฉลองการฟื้นคืนพระชนม์ขององค์พระเยซูคริสต์ หลังจากถูกตรึงกางเขนและสิ้นพระชนม์ไปแล้ว 3 วัน โดยวันที่จะเปลี่ยนไปในแต่ละปีแต่กำหนดให้ทุกปีต้องจัดขึ้นในวันอาทิตย์ (เพราะเป็นวันที่ทรงถูกตรึงกางเขนตามพระคัมภีร์) เรียก วันอีสเตอร์

( มก.16:1-8 ) 1 ครั้นวันสะบาโตล่วงไปแล้ว มารีย์ชาวมักดาลา มารีย์มารดาของยากอบ และนางสะโลเม ซื้อเครื่องหอมมาเพื่อจะไปชโลมพระศพของพระองค์
2 เวลารุ่งเช้าวันต้นสัปดาห์พอดวงอาทิตย์ขึ้นเขาก็มาถึงอุโมงค์
3 และเขาพูดกันว่า "ใครจะช่วยกลิ้งก้อนหินออกจากปากอุโมงค์"
4 เมื่อเขามองดูก็เห็นก้อนหินนั้นกลิ้งออกแล้ว เพราะเป็นก้อนหินโตมาก
5 ครั้นเขาเข้าไปในอุโมงค์แล้ว ได้เห็นหนุ่มคนหนึ่งนุ่งห่มผ้ายาวสีขาวนั่งอยู่ข้างขวา ผู้หญิงนั้นก็ตกตะลึง
6 ฝ่ายคนหนุ่มนั้นบอกเขาว่า "อย่าตกตะลึงเลย พวกท่านทั้งหลายมาหาพระเยซูชาวนาซาเร็ธซึ่งต้องตรึงไว้ที่กางเขน พระองค์ทรงเป็นขึ้นมาแล้ว พระองค์หาได้ประทับที่นี่ไม่ จงดูที่ที่เขาได้วางพระศพของพระองค์เถิด
7 แต่จงไปบอกพวกสาวกของพระองค์ทั้ง เปโตรเถิดว่า พระองค์เสด็จไปยังแคว้นกาลิลีก่อนท่านทั้งหลาย ท่านทั้งหลายจะเห็นพระองค์ที่นั่น เหมือนพระองค์ตรัสไว้แก่พวกท่านแล้ว"
8 หญิงเหล่านั้นก็ออกจากอุโมงค์รีบหนีไป เพราะพิศวงตกใจจนตัวสั่น เขามิได้พูดกับผู้ใดเพราะเขากลัว  

เราควรมีส่วนร่วมในวันอีสเตอร์อย่างไร

1. มาร่วมด้วยใจนมัสการพระเจ้า ( ข้อ 1 - ซื้อเครื่องหอมมาเพื่อชะโลมพระศพ )
( ฟป.2:8-11 )  และเมื่อทรงปรากฏพระองค์ในสภาพมนุษย์แล้ว พระองค์ก็ทรงถ่อมพระองค์ลง ยอมเชื่อฟังจนถึงความมรณา กระทั่งความมรณาที่กางเขน
9 พระคริสต์ทรงได้รับการยกขึ้นอย่าง สูงเหตุฉะนั้นพระเจ้าจึงได้ทรงยกพระองค์ขึ้นอย่างสูงที่สุดด้วย และได้ทรงประทานพระนามเหนือนามทั้งปวงให้แก่พระองค์
10 เพื่อ `หัวเข่าทุกหัวเข่า' ในสวรรค์ก็ดี ที่แผ่นดินโลกก็ดี ใต้พื้นแผ่นดินโลกก็ดี `จะต้องคุกกราบลง' นมัสการในพระนามแห่งพระเยซูนั้น
11 และเพื่อ `ลิ้นทุกลิ้นจะยอมรับ' ว่าพระเยซูคริสต์ทรงเป็นองค์พระผู้เป็นเจ้า อันเป็นการถวายพระเกียรติแด่พระเจ้าพระบิดา

2.มาร่วมด้วยความกระตือรือร้น ( ข้อ2 - เวลารุ่งเช้า วันต้นสัปดาห์พอดวงอาทิตย์ขึ้น เขาก็มาถึงอุโมงค์ )
( สดด. 13:5 ) แต่ข้าพระองค์วางใจในความรักมั่นคงของพระองค์ จิตใจของข้าพระองค์จะเปรมปรีด์ในความรอดของพระองค์

3. ไปประกาศให้ผู้คนทราบถึงเรื่องการฟื้นคืนพระชนม์ ( ข้อ7. แต่จงไปบอกพวกสาวกของพระองค์ทั้ง เปโตรเถิดว่า พระองค์เสด็จไปยังแคว้นกาลิลีก่อนท่านทั้งหลาย ท่านทั้งหลายจะเห็นพระองค์ที่นั่น เหมือนพระองค์ตรัสไว้แก่พวกท่านแล้ว" )
( รม.10:17 ) ฉะนั้นความเชื่อเกิดขึ้นได้ก็เพราะการได้ยิน และการได้ยินเกิดขึ้นได้ก็เพราะการประกาศพระวจนะของพระเจ้า

4. ดำเนินชีวิตใหม่ในชัยชนะของพระคริสต์
4.1 ดำเนินชีวิตที่มีความเชื่อ ในชัยชนะเหนือความบาป
( 1คร.15:55-58 ) โอ ความตาย เหล็กไนของเจ้าอยู่ที่ไหน โอ หลุมฝังศพ ชัยชนะของเจ้าอยู่ที่ไหน
56 เหล็กไนของความตายนั้นคือบาป และฤทธิ์ของบาปคือพระราชบัญญัติ
57 แต่จงขอบพระคุณแด่พระเจ้า ผู้ทรงประทานชัยชนะแก่เราทั้งหลายโดยพระเยซูคริสต์องค์พระผู้เป็นเจ้าของเรา
58 เหตุฉะนั้นพี่น้องที่รักของข้าพเจ้า ท่านจงตั้งมั่นอยู่ อย่าหวั่นไหว จงปฏิบัติงานขององค์
( 1ยน.5:4-5 ) ด้วยว่าผู้ใดที่บังเกิดจากพระเจ้า ก็มีชัยชนะต่อโลก และนี่แหละเป็นชัยชนะซึ่งได้มีชัยต่อโลก คือความเชื่อของเราทั้งหลายนี่เอง
5 ใครเล่าชนะโลก เว้นไว้แต่ผู้ที่เชื่อว่าพระเยซูทรงเป็นพระบุตรของพระเจ้า

4.2 ชีวิตที่รับใช้พระเจ้าเต็มที่
( 1คร.15:58 )  เหตุฉะนั้นพี่น้องที่รักของข้าพเจ้า ท่านจงตั้งมั่นอยู่ อย่าหวั่นไหว จงปฏิบัติงานขององค์พระผู้เป็นเจ้าให้บริบูรณ์ทุกเวลา ด้วยว่าท่านทั้งหลายรู้ว่า โดยองค์พระผู้เป็นเจ้าการของท่านจะไร้ประโยชน์ก็หามิได้

4.3 ชีวิตที่เปลี่ยนแปลง
( 1คร.15:6 ) ภายหลังพระองค์ทรงปรากฏแก่พวกพี่น้องกว่าห้าร้อยคนในคราวเดียว ซึ่งส่วนมากยังอยู่จนถึงทุกวันนี้ แต่บางคนก็ล่วงหลับไปแล้ว
( กจ.2:40-41 ) เปโตรจึงกล่าวอีกหลายคำเป็นพยานและได้เตือนสติเขาว่า "จงเอาตัวรอดจากยุคที่คดโกงนี้เถิด"  41 ผู้เชื่อได้รวมใจเป็นหนึ่งเดียว และได้รับความสุขคนทั้งหลายที่รับคำของเปโตรด้วยความยินดีก็รับบัพติศมา ในวันนั้นมีคนเข้าเป็นสาวกเพิ่มอีกประมาณสามพันคน
( กจ.5:12-16 ) คนจำนวนมากหายจากโรคต่างๆมีหมายสำคัญและการมหัศจรรย์หลายอย่างซึ่งอัครสาวก ได้ทำด้วยมือของตนในหมู่ประชาชน (พวกสาวกอยู่พร้อมใจกันในเฉลียงของซาโลมอน
13 และคนอื่นๆไม่อาจเข้ามาอยู่ด้วย แต่ประชาชนเคารพพวกเขามาก
14 มีชายหญิงเป็นอันมากที่เชื่อถือ ได้เข้ามาเป็นสาวกขององค์พระผู้เป็นเจ้ามากกว่าก่อน)
15 จนเขาหามคนเจ็บป่วยออกไปที่ถนนวางบนที่นอนและแคร่ เพื่อเมื่อเปโตรเดินผ่านไป อย่างน้อยเงาของท่านจะได้ถูกเขาบางคน
16 ประชาชนได้ออกมาจากเมืองที่อยู่ล้อมรอบกรุงเยรูซาเล็ม พาคนป่วยและคนที่มีผีโสโครกเบียดเบียนมาและทุกคนก็หาย

การคืนพระชนม์ของพระเยซู  หลังจากพระเยซูทรงฟื้นคืนพระชนม์ พระองค์ทรงสำแดงพระองค์แก่สาวกของพระ องค์ และทรงกระทำกิจการหลายอย่าง เป็น การแสดงว่าพระองค์ทรงพระชนม์อยู่พระองค์ ทรงสนทนาและสั่งสอนพวกเขาถึงเรื่องสวรรค์ พระองค์ทรงอยู่ท่ามกลางพวกสาวกเป็นเวลา 40 วัน ในวันสุดท้ายพระเยซูทรงพาอัครสาวก ของพระองค์ขึ้นไปยังภูเขาลูกหนึ่ง พระเยซู ได้สนทนากับเหล่าสาวกและทรงสั่งเหล่าสาวก ทรงตรัสว่า “ฤทธานุภาพทั้งสิ้นในสวรรค์ก็ดี ในแผ่นดินโลกก็ดี ทรงมอบไว้แก่เราแล้ว เหตุ ฉะนั้นเจ้าทั้งหลายจงออกไปสั่งสอนชนทุก ชาติให้เป็นสาวกของเรา ให้รับบัพติศมาใน พระนามแห่งพระบิดา พระบุตรและพระ วิญญาณบริสุทธิ์ สอนเขาให้ถือรักษาสิ่งสารพัดซึ่งเราได้สั่งพวกเจ้าไว้ นี่แหละเราจะอยู่กับเจ้าทั้งหลายเสมอไป จนกว่าจะสิ้นยุค” เมื่อพระเยซูตรัสสั่งเขาแล้ว ในทันใดนั้นพระองค์ทรงลอยขึ้นไปในอากาศ มีเมฆคลุมพระองค์ขึ้นไปบนฟ้า พวกสาวกมองไม่เห็นพระองค์อีกเลย หนูรู้ไหมว่าพระองค์กำลังเสด็จ ไปไหน? พระองค์กำลังเสด็จไปสวรรค์เพื่อ ประทับอยู่ที่นั่นกับพระบิดาของพระองค์อีก ครั้งหนึ่ง เมื่อพระเยซูเสด็จไปสู่สวรรค์แล้ว ทูตสวรรค์สององค์ได้มาบอกเหล่าสาวกว่า พระเยซูเสด็จสู่สวรรค์และทูตสวรรค์ได้บอก ด้วยว่า วันหนึ่งพระเยซูจะเสด็จกลับมาอีก เพื่อรับทุกคนที่รักพระองค์ไปยังสวรรค์.


คำค้น :เวปไซด์คริสเตียน,นมัสการ,พระคำภีร์,พระวจนะคำ,หนุนใจ,พระเยซูคริสต์,พระ เจ้า,God,การเฝ้าเดี่ยว,การอธิฐาน,วันคริสมาส,วันอีสเตอร์,วันวาเลนไท น์,หลักความเชื่อ,คำพยานชีวิต,ประสบการณ์พระพร,การรับใช้,พระวิญญานบริสุ ทธิ์,พระบุตร,Holly Spirit,คริสจักร,คำเทศนา,ดาวน์โหลดเพลงนมัสการ,ดาวน์โหลด เพลงworship,Download music,Mp3,Cristain music,Worship song,ห้องชั้นบน,ชุมชนคนรักพระเจ้า,คำพยานชีวิต,ผู้เชื่อใหม่,เปิดใจต้อนรับ พระเยซู,หนังคริสเตียน,ภาพยนต์คริสเตียน,ขายดีวีดี,หนังต่างประเทศ,พระเยซูคริสต์ทรงฟื้นขึ้นจากความตาย , วันEaster,วันอีสเตอร์

วันจันทร์ที่ 2 เมษายน พ.ศ. 2555

๏ 10 เหตุผลที่เชื่อว่า พระเยซูคริสต์ทรงฟื้นขึ้นจากความตาย



1. พระเยซูทรงสิ้นพระชนม์ต่อหน้า...ฝูงชน

 ในระหว่างเทศกาลปัสกาของชาวยิว ฝูงชนที่ถูกปลุกปั่นให้ลุกฮือขึ้น ได้จับกุมพระเยซูไปมอบให้ปิลาดเจ้าเมืองชาวโรม โดยกล่าวหาว่า พระเยซูได้อ้างตนเป็นกษัตริย์ของชาวยิว ประชาชนได้ขอให้ตรึงพระองค์เสียที่กางเขน พระเยซูทรงถูกโบยตีอย่างทารุณ และนำไปประหารต่อหน้าฝูงชนบนภูเขานอกกรุงเยรูซาเล็ม พร้อมนักโทษ 2 คนท่ามกลางมิตรที่รักและศัตรูที่เยาะเย้ย พระเยซูได้ทรงสิ้นพระชนม์อย่างน่าอนาถ เนื่องจากวันสะบาโตได้ใกล้เข้ามา ทหารโรมันจึงตองเร่งการประหารนักโทษให้เร็วขึ้นโดยการทุบขาให้หัก แต่เมื่อมาถึงพระเยซูก็พบว่าพระองค์ทรงสิ้นพระชนม์แล้ว แต่เพื่อความมั่นใจทหารจึงให้หอกแทงเข้าไปที่สีข้างของพระองค์ เพราะกลัวว่าพระองค์จะเพียงแค่หมดสติไป

หมายเหตุ :
- พระเยซูทรงสิ้นพระชนม์ในบ่ายวันศุกร์
- วันสะบาโต (วันหยุดพักผ่อน) ของชาวยิวเริ่มตั้งแต่เย็นวันศุกร์เรื่อยไปจนถึงเย็นวันเสาร์

2. อุโมงค์ฝังศพถูกประทับตรา...ห้ามเข้า

วันรุ่งขึ้นซึ่งเป็นวันสะบาโต ผู้นำยิวได้มาหาปิลาดกล่าวว่า พระเยซูเคยบอกพวกสาวกว่า "พระองค์จะสิ้นพระชนม์และจะทรงฟื้นขึ้นจากความตายในวันที่สาม" ดังนั้น เพื่อให้แน่ใจว่าจะไม่มีการขโมยพระศพเพื่อนำไปสร้างหลักฐานเท็จ จึงขอให้ปิลาดสั่งเจ้าหน้าที่ประทับตรา "ห้ามเข้าเด็ดขาด" หน้าอุโมงค์ฝังศพ พร้อมส่งทหารยามหมู่หนึงไปเฝ้าหน้าอุโมงค์อย่างเข้มแข็ง เพื่อปัองกันไม่ให้ใครสามารถเข้าไปได้ หากมีผู้ใดฝ่าฝืนหรือมีการหลับยามต้องมีโทษถึงตาย

 3. อุโมงค์...ว่างเปล่า
ในเช้าวันรุ่งขึ้นหลังจากวันสะบาโต (วันอาทิตย์) ได้มีสาวกบางคนรุดไปที่อุโมงค์เพื่อจะชโลมพระศพ แต่เมื่อไปถึงพวกเขาต้องแปลกใจเมื่อพบว่าหินก้อนใหญ่ซึ่งใช้ปิดทางเข้า อุโมงค์ได้ถูกเปิดออก อุโมงค์กลับว่างเปล่า พระศพของพระเยซูได้หายไป พบเพียงแต่ผ้าพันพระศพวางพับอยู่เท่านั้น ส่วนทหารยามได้วิ่งเข้าไปในกรุงเยรูซาเล็มเพื่อแจ้งให้ผู้นำยิวทราบว่า "มีทูตสวรรค์มาปรากฏและได้กลิ้งก้อนหินใหญ่ที่ปิดอุโมงค์ออกและพวกเขาได้สลบ ไป เมื่อตื่นขึ้นก็พบว่าอุโมงค์ได้ว่างเปล่า และพระศพของพระเยซูได้หายไปเสียแล้ว "ผู้นำยิวจึงได้จ่ายเงินค่าปิดปากเป็นจำนวนมาก เพื่อให้โกหกว่า พวกสาวกได้มาขโมยพระศพไปในขณะที่พวกทหารหลับอยู่ ผู้นำยิวยังได้ยืนยันว่าถ้าข่าวเรื่องพระศพหายไปนี้รู้ถึงหูปิลาดเจ้าเมือง พวกเขาจะช่วยพูดปกป้องให้

หมายเหตุ
- พระเยซูทรงฟื้นขึ้นจากความตายในวันที่สามคือวันอาทิตย์

4. พยานบุคคลจำนวนมาก...ยืนยัน
ประมาณ ค.ศ.55 อัครทูตเปาโลได้บันทึกว่าพระเยซูได้ทรงฟื้นคืนพระชนม์ โดยได้ปรากฏตัวให้อัครทูต 12 คน และสาวกกว่า 500 คนเห็นตลอดระหว่างสี่สิบวัน ต่างวาระและต่างสถานที่กัน ขณะที่ท่านได้บันทึกเรื่องราวเหล่านั้ หลายคนที่ท่านได้กล่าวอ้างถึงนั้นยังมีชีวิตอยู่ (1 โครินธ์ 15:5-8) และที่สำคัญโดยการกล่าวอ้างอย่างเปิดเผยเช่นนี้ เป็นการเปิดโอกาสให้แก่ผู้นำยิวที่คอยจ้องจับผิดสามารถตรวจสอบและโต้แย้งข้อ เท็จจริงที่เกิดขึ้นได้ หากการฟื้นคืนพระชนม์เป็นเรื่องโกหก สาวกของพระเยซูก็คงไม่สามารถแก้ตัวใดๆได้

5. ชีวิตของสาวก...เปลี่ยนไป
ในคืนที่พระเยซูทรงถูกจับ เหล่าสาวกต่างหนีเอาชีวิตรอดด้วยความหวาดกลัว แม้แต่เปโตรซึ่งก่อนหน้านี้ได้กล่าวอย่างแข็งขันกว่าพร้อมจะตายกับพระเยซู ก็ยังกลัวจนตัวสั่นและปฏิเสธว่าไม่เคยรู้จักพระองค์ถึงสามครั้ง แต่ภายหลังจากประสบการณ์ที่ได้เห็นด้วยตาและสัมผัสด้วยมือของตนเองว่า พระเยซูทรงฟื้นขึ้นจากความตาย ชีวิตของเหล่าสาวกก็ได้เปลี่ยนแปลงไปอย่างสิ้นเชิงจากคนที่เคยขลาดกลัวกลับ กลายเป็นคนที่กล้าหาญ ไม่หวั่นต่อคำขู่หรือความตาย จิตใจแกร่งเหมือนเหล็กและกลายเป็นคนที่ไม่มีใครหยุดได้ในความุมานะที่จะสละ ทุกสิ่งเพื่อผู้ที่พวกเขาเรียกว่า "องค์พระผู้ช่วยให้รอด" และ "องค์พระผู้เป็นเจ้า" แม้หลังจากนั้นพวกเขาจะถูกจำคุก โดนเฆี่ยนตี และห้ามไม่ให้กล่าวอ้างถึงพระนามของพระเยซูอีก แต่พวกเขาตอบกลับผู้นำยิวอย่างไม่กลัวเกรงว่า "ข้าพเจ้าจำต้องเชื่อฟังพระเจ้ายิ่งกว่าเชื่อฟังมนุษย์" (กิจการ 5:29)

6. เพื่อสิ่งที่ตนเชื่อสาวกยอม...ตาย
ประวัติศาตร์เต็มไปด้วยชายหญิงจำนวนนับไม่ถ้วนที่ได้ยอมตายเพื่อความเชื่อ ของตน ซึ่งรวมถึงเหล่าสาวกที่ได้เห็นพระเยซูทรงฟื้นขึ้นจากความตายด้วย คงไม่มีใครยอมตายเพื่อคำหลอกลวงหรือ เรื่องเท็จที่ตนเองได้ปั้นแต่งขึ้น พวกเขายินดีที่จะถูกฆ่าตายเพื่อยืนยันว่า พระเยซูคริสต์ไม่เพียงสิ้นพระชนม์เพื่อความบาปของพวกเขา แต่ว่าพระองค์ทรงฟื้นพระชนม์จากความตายเพื่อแสดงว่าผู้เชื่อทุกคนจะมีชีวิต นิรันดร์ด้วยกันกับพระองค์

หมายเหตุ
- ชีวิตนิรันดร์คือการที่ได้อยู่กับพระเจ้าตลอดไปเป็นนิตย์ในสวรรค์

7. คริสเตียนชาวยิวเปลี่ยน...วันนมัสการ
วันสะบาโตถือเป็นวันสำคัญมากในวิถีชีวิตของชาวยิว เพราะเป็นวันที่พระเจ้าทรงกำหนดให้มีการพักผ่อนหยุดพักจากการงาน และนมัสการ ยิวคนใดที่ไม่ปฏิบัติตามวันสะบาโตจะมีความผิดต่อบัญญัติของโมเสส แต่ชาวยิวผู้เชื่อพระเยซูคริสต์ได้เริ่มนมัสการพระเจ้าในวันอื่นแทน คือ วันอาทิตย์ วันซึ่งพวกเขาเชื่อว่าพระเยซูคริสต์ทรงฟื้นขึนจากความตายแทนวันสะบาโต (วันเสาร์) สำหรับชาวยิวแล้ว นั่นเป็นการสะท้อนถึงการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในชีวิต เป็นการประกาศว่า พวกเขาเชื่อว่าความตายและการฟื้นคืนพระชนม์ของพระคริสต์ได้เปิดทางสู่ความ สัมพันธ์ใหม่กับพระเจ้า วิถึทางใหม่นี้ไม่ได้ตั้งอยู่บนธรรมบัญญัติ แต่ตั้งอู่บนการยกโทษบาปและการประทานชีวิตของพระเยซูคริสต์

8. เหตุการณ์เหล่านี้...ทำนายล่วงหน้าไว้แล้ว
นานนับพันปีที่พระเจ้าได้ทรงสัญญากับชนชาติยิวว่าจะส่งพระเมสสิยาห์ (พระผู้ช่วยให้รอด) มาช่วยพวกเขาให้พ้นจากความทุกร์ยาก การถูกกดขึ่ข่มเหง พวกเขาเข้าใจว่าพระเมสสิยาห์จะเสด็จมาทรงตั้งอาณาจักรอิสราเอลที่ยิ่งใหญ่ และทรงอำนาจ พวกเขาไม่ได้คาดคิดว่าพระเมสสิยาห์ที่พระคัมภีร์เดิมกล่าวถึงมากมายหลาย ครั้งจะมาเพื่อปลดปล่อยพวกเขาให้พ้นจากการเป็นทาสของความบาปซึ่งเป็นเรื่อง ของความรอดฝ่ายวิญญาน (อิสยาห์ 53:10) นอกจากนี้พระเยซูยังได้ทรงตรัสหลายครั้งกับสาวกเป็นการล่วงหน้าว่า จำเป็นที่พระองค์จะต้องเสด็จไปกรุงเยรูซาเล็มและจะถูกจับตรึงกางเขนสิ้นพระ ชนม์ และในวันที่สามพระองค์จะฟืนขึ้นมาจากความตาย

9. แพ้แต่...ชนะ
ดูเหมือนเป็นการพ่ายแพ้ และเป็นการปิดฉากชีวิตของขายที่ชื่อว่า เยซูชาวนาซาเร็ธ ผู้ได้เริ่มต้นการอัศจรรย์อย่างเหลือเชื่อตลอดสามปี โดยเปลี่ยนน้ำธรรมดาให้เป็นเหล้าองุ่น ผู้รักษาคนเจ็บป่วย เปิดตาคนตาบอด รักษาคนหูหนวกและเป็นใบ้ รักษาคนง่อย ขับผี ห้ามลมพายุให้สงบ ผู้เดินบนน้ำทะเล และเรียกคนตายให้ฟื้น พระองค์ทรงตั้งคำถามที่คนฉลาดที่สุดก็ยังตอบไม่ได้ พระองค์ทรงสอนความจริงที่ลึกซึ้งด้วยการเปรียบเทียบที่ง่ายๆ พระองค์เผชิญหน้าคนหน้าซื่อใจคดด้วยถ้อยคำที่ตรงไปตรงมาและเปิดเผยใจที่คดงอ ของเขา ถ้าทั้งหมดนี้เป็นความจริง เราคงจะแปลกใจว่าพระองค์ไม่ได้เป็นฝ่ายชนะ เพราะทรงถูกจับและตรึงไว้บนกางเขน  และถูกฝูงชนเยาะเย้ยส่อเสียดว่า "ช่วยคนอื่นได้ แต่จะช่วยตัวเองได้หรือ?" การอัศจรรย์ได้สิ้นสุดลงแล้วหรือ? นี่ดูเหมือนเป็นการพ่ายแพ้ แต่ในความเป็นจริง การพ่ายแพ้นี้กลับเป็นชัยชนะที่ศัตรูของพระองค์คือมารซาตานคาดไม่ถึง เพราะด้วยการสิ้นพระชนม์บนกางเขน มนุษย์สิ้นทั้งโลกที่ต้องตายเพราะความบาปผิดของตน จึงได้รับการไถ่โทษ และการฟื้นขึ้นจากความตายก็ยืนยันว่า พระองค์ทรงเป็นพระเจ้า ดังนั้นทุกคนที่เชื่อวางใจในพระองค์จึงไม่ต้องพินาศเพราะบาปอีกต่อไป แต่จะมีชีวิตใหม่ เหมือนอย่างที่พระองค์ทรงฟื้นขึ้นจากความตาย

10. ประสบการณ์ของ...ผู้เชื่อ
หากความเชื่อของคริสเตียนเป็นเพียงการเรียนรู้จากการรับฟังเรื่องราวของผู้ อื่น หรือ จากตำราหนังสือเท่านั้น ความเชื่อดังกล่าวคงยากที่จะกลายเป็นความเชื่อที่มั่นคงและหยั่งรากลึกใน ชีวิตคริสเตียนได้ ผู้เชื่อรุ่นแล้วรุ่นเล่าได้เกิดมาและได้ตายจากไป แต่ความเชื่อของคริสเตียนแต่ละรุ่นยังมั่นคงสืบทอดต่อกันมานับร้อยนับพันปี เพราะองค์พระเยซูคริสต์ผู้ที่เราเชื่อนั้นยังทรงพระชนม์อยู่ วานนี้ วันนี้และสืบไปเป็นนิตย์ ดังนั้น ผู้เชื่อทุกยุกทุกสมัยจึงสามารถมีประสบการณ์ตรงกับพระเยซูได้ในชีวิตส่วนตัว ของเขา และทุกคนต่างยืนยันว่า พระเยซูคริสต์ทรงถูกตรึงที่กางเขนเมื่อสองพันปีที่แล้ว ได้ฟื้นขึ้นมาจากความตาย และยังทรงพระชนม์อยู่ทุกวันนี้

ไม่ใช่คุณคนเดียว
หากคุณพิจารณาเห็นว่า การฟื้นคืนพระชนม์เป็นเรื่อง สมเหตุสมผล ขอได้ใคร่ครวญพระคัมภีร์ที่กล่าวว่า "พระคริสต์ทรงสิ้นพระชนม์เพื่อใช้หนี้บาปของเราและผู้ที่เชื่อในใจและได้รับ ด้วยปากของเขาว่าพระเจ้าได้ทรงทำให้พระองค์ฟื้นขึ้นจากความตายผู้นั้นก็จะ รอด (โรม 10 : 9-10)

ความรอดจากบาปซึ่งพระเยซูคริสต์มอบให้นันไม่ใช่เป็นรางวัลของความพยายาม ทำความดี แต่เป็นของขวัญที่ให้แก่ผู้ที่ได้วางใจในพระองค์เนื่องจากหลักฐานเหล่านี้

คำค้น :เวปไซด์คริสเตียน,นมัสการ,พระคำภีร์,พระวจนะคำ,หนุนใจ,พระเยซูคริสต์,พระ เจ้า,God,การเฝ้าเดี่ยว,การอธิฐาน,วันคริสมาส,วันอีสเตอร์,วันวาเลนไท น์,หลักความเชื่อ,คำพยานชีวิต,ประสบการณ์พระพร,การรับใช้,พระวิญญานบริสุ ทธิ์,พระบุตร,Holly Spirit,คริสจักร,คำเทศนา,ดาวน์โหลดเพลงนมัสการ,ดาวน์โหลด เพลงworship,Download music,Mp3,Cristain music,Worship song,ห้องชั้นบน,ชุมชนคนรักพระเจ้า,คำพยานชีวิต,ผู้เชื่อใหม่,เปิดใจต้อนรับ พระเยซู,หนังคริสเตียน,ภาพยนต์คริสเตียน,ขายดีวีดี,หนังต่างประเทศ,พระเยซูคริสต์ทรงฟื้นขึ้นจากความตาย , วันEaster,วันอีสเตอร์